ใครจะเป็นรายที่สอง? 5 กุนซือต้องเร่งฟอร์มหากไม่อยากโดนเด้ง

สัปดาห์นี้พรีเมียร์ลีกจะกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง มีหลายทีมคงอยากจะแก้ตัวจากผลงานที่ยังไม่ดีนัก แค่ 4 นัดแรกก็เชื่อว่ากุนซือหลายคนคงหนาวๆร้อนๆกับเก้าอี้ของตัวเองบ้างแล้ว ยิ่ง วัตฟอร์ด ประเดิมปลด ฆาบี กราเซีย โค้ชชาวสแปนิชเป็นรายแรกเนื่องจากทีมจมบ๊วยอยู่ท้ายตาราง ยิ่งแสดงให้เห็นว่าลีกนี้มันหินแค่ไหน หากกุนซือที่กล่าวต่ไปนี้ยังทำผลงานไม่เข้าตาเชื่อว่าจะมีรายที่สองตามมาในเร็วๆนี้ มีใครกันบ้างไปดูกันเลย

1.ดีน สมิธ (แอสตัน วิลล่า)


    กุนซือหน้าใหม่ของพรีเมียร์ลีกซึ่งฤดูกาลที่แล้วเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในลีกแชมเปี้ยนชิพพา แอสตัน วิลล่า กลับขึ้นมาพรีเมียร์ลีกหลังจากห่างหายไปนาน 3 ปี ในฐานะน้องใหม่พวกเขาคงต้องเสริมทัพเพื่อหวังจะอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกให้ได้แต่ประเด็นคือ ซัมเมอร์ที่ผ่านมาพวกเขาถลุงเงินไปมากถึง 130 ล้านปอนด์ นำเข้านักเตะมาถึง 12 คน

    เสริมทัพขนาดนี้ไม่ต้องบอกว่ามันตามมาด้วยความคาดหวัง ตัวอย่างเรามีให้เห็นแล้วเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา มีทั้งทีมที่ผลงานเยี่ยมและทีมที่ตกชั้นไปเลย วูล์ฟแฮมป์ตัน เป็นหนึ่งในทีมที่ซื้อนักเตะกระจุยกระจายและก็ทำผลงานได้เกินคาดด้วยการจบอันดับ 7 แต่ขณะที่ ฟูแล่ม เสริมทัพนักเตะด้วยงบเกิน 100 ล้านปอนด์แต่สุดท้ายต้องจมบ๊วยและตกชั้นไปในที่สุด

    วิลล่า ชนะแค่เกมเดียวจาก 4 นัดแรกแถมแพ้ไปถึง 3 นัดจมอยู่ในโซนตกชั้นอันดับที่ 18 เชื่อว่าหากผลงานยังไม่กระเตื้องจนถึงช่วงปีใหม่ บอร์ดบริหารคงต้องหากุนซือที่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกเข้ามา เราคงต้องรอดูผลงานกันต่อไปแต่เชื่อว่าน่าจะเป็นฤดูกาลที่หนักหนาสาหัสของ วิลล่า เป็นแน่แท้

2.แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี)


    กุนซือหนุ่มเพิ่งจะเข้ามาคุมทัพสิงห์บลูส์ในฤดูกาลนี้แต่ก็ต้องเจอกับปัญหาน่าปวดหัวหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโดนแบนเสริมทัพ หรือเรื่องฟอร์มของลูกทีมที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ตอนนี้เขาพาทีมชนะแค่เกมเดียวจาก 4 เกมแรก แพ้ 1 นัดและเสมออีก 2 นัด รั้งอันดับ 11 ของตาราง

    เมื่อดูรายละเอียดในแต่ละนัดจริงๆแล้ว ไม่ได้ถือว่าผลงานแย่ซะทีเดียว มีหลายนัดที่เล่นได้ดีแต่ลูกทีมของเขายังขาดความคงเส้นคงวา มันคงไม่ยุติธรรมหากจะต้องโดนเด้งทั้งที่ยังเพิ่งเริ่มสร้างทีม อย่างไรก็ตามเราก็เคยเห็นการตัดสินใจปลดฟ้าผ่าของ โรมัน อบราโมวิช มานักต่อนักเช่นกัน ทางที่ดี แลมพาร์ด ควรจะเกาะกลุ่มลุ้นท็อปโฟร์ต่อไปเรื่อยๆเพื่อให้เก้าอี้กุนซือปลอดภัยที่สุด

3.นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต (วูล์ฟแฮมป์ตัน)


    งานนี้อาจจะต้องดูกันยาวๆแต่ใครจะไปคิดว่า วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมที่ผลงานเซอร์ไพรส์ด้วยการจบอันดับที่ 7 ในฤดูกาลที่แล้ว เปิดซีซั่นใหม่มา 4 นัดกลับยังเก็บชัยไม่ได้เลยสักนัดมีแค่ 3 แต้มเท่านั้น เสมอ 3 นัดและแพ้ 1 นัด

    สิ่งที่หลายคนตั้งข้อสังเกตคือการที่พวกเขาได้ไปแข่งยูโรปา ลีกมีส่วนทำให้ทีมผลงานแย่หรือไม่ ระหว่าง 4 นัดพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมาพวกเขาต้องลงเล่น ยูโรปา รอบคัดเลือกคั่นกลางสัปดาห์อยู่ตลอด นั่นอาจจะทำให้พวกเขามีความล้าสะสมมาเรื่อยๆ กุนซือทีม "หมาป่า" พยายามเสริมทัพให้ขนาดทีมใหญ่ขึ้นเพื่อให้นักเตะเพียงพอต่อการโรเตชั่น แม้ผลงานจะสะเด่ามากในยูโรปา ลีกแต่ในพรีเมียร์ลีกกลับไม่เป็นยังงั้น

    มีตัวอย่างเห็นได้ชัดนั่นคือ เบิร์นลีย์ เมื่อซีซั่นที่แล้วที่พวกเขาต้องเล่นยูโรปา ลีกกับพรีเมียร์ลีกควบคู่กันไปแต่สุดท้ายผลงานกลับออกมาแย่ในทั้งสองรายการจนเกือบตกชั้น คงต้องลั้นกันต่อไปว่าทีม หมาป่า จะลงเอยไปทางเดียวกับ เบิร์นลีย์ หรือไม่

4.โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (แมนฯยูไนต็ด)


     มีชื่อของกุนซือคนนี้มาติดก็คงไม่แปลกใจเท่าไหร่จากผลงานที่ชนะแค่เกมเดียวจาก 4 นัดแรก แม้จะเปิดฤดูกาลได้อย่างสวยหรูด้วยการถล่ม เชลซี 4-0 แต่หลังจากนั้นผลงานก็ไม่เป็นใจ ทำไดแค่บุกเสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน ต่อด้วยพ่ายคาบ้านแก่ คริสตัล พาเลซ แถมนัดล่าสุดยังทำได้แค่เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน ทั้งที่มีตัวผู้เล่นมากกว่า

    โซลชา คงต้องใช้เวลาในการสร้างทีมพอสมควร ต้องพยายามให้นักเตะเข้าใจในปรัชญาการทำทีมของเขา ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกลแต่หากดูจากตัวผู้เล่นในทีมที่ยังไม่มีใครเป็นความหวังของทีมได้ ทิศทางก็ดูไม่เป็นไปในทางที่ดีสักเท่าไหร่ ไม่แปลกใจที่บ่อนทั้งหลายยกให้เขาเป็นเต็งหนึ่งที่จะโดนปลดในตอนนี้

5.สตีฟ บรูซ (นิวคาสเซิ่ล)


    จุดเริ่มต้นคงมาจากการที่ทีมประกาศแยกทางกับ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือซึ่งเป็นขวัญใจของแฟนบอลทูน อาร์มี่ นั่นทำให้สาวก นิวคาสเซิ่ล ออกมารุมจวก แอชลี่ย์ ยกใหญ่ เพราะมองว่า แอชลี่ย์ ไม่ยอมพยายามรั้งตัวกุนซือระดับ เบนิเตซ เอาไว้

    บิ๊กบอสของ นิวคาสเซิ่ล ก็ไม่สนใจและตั้งกุนซือคนใหม่อย่าง สตีฟ บรูซ เข้ามาคุมทัพ ซึ่งเขาเป็นแฟนบอลของ นิวคาสเซิ่ล ในสมัยเด็กเนื่องจากเกิดในหมู่บ้านที่อยู่ทางตะวันตกของเมืองนิวคาสเซิ่ล อย่างไรก็ตามสาวกบางส่วนของทีมไม่พอใจกับการตั้งกุนซือครั้งนี้มากๆ เพราะมองว่ามันแสดงให้เห็นว่าทีมขาดความทะเยอทะยานที่จะพัฒนา เมื่อเทียบกับเรื่องที่ว่า บรูซ มักจะไม่ค่อยมีผลงานที่ดีเท่าไหร่เวลาคุมทีมในระดับ พรีเมียร์ลีก

    นอกจากผลงาน 4 นัดแรกที่ดูไม่ค่อยเป็นใจ (ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 2) ไมค์ แอชลี่ย์ เจ้าของทีมก็มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในเรื่องที่ว่าไม่ค่อยสนับสนุนกุนซือของทีมมากเท่าที่ควร จนทำให้คนที่เป็นผู้จัดการทีมทำงานยากตามไปด้วย อลัน เชียเรอร์ ก็เคยออกโรงเตือน สตีฟ บรูซ ว่าไม่ควรตกลงคุมทัพ "สาลิกาดง" เจอหลายปัญหาแบบนี้ สตีฟ บรูซ เลยเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งลำดับต้นๆที่บรรดาสื่อคาดการณ์ว่าจะโดนปลดในฤดูกาลนี้