หมีพังคารังนัดแรก! เรอัลมาดริดบุกถล่มแอตมาดริด10คน แซงขึ้นรองฝูงแทน

"ราชันชุดขาว" ฟอร์มแรงอย่างต่อเนื่องหลังงัดฟอร์มดุบุกไปทุบ แอตเลติโก มาดริด ถึงถิ่น 3-1 เกมนี้เจ้าถิ่นต้องเหลือแค่ 10 คน ในช่วงท้ายเกม อีกทั้งเป็นการพ่ายแพ้คาบ้านนัดแรกในฤดูกาลนี้ ส่งผลให้ เรอัล มาดริด เก็บสามแต้มพร้อมแซง "ตราหมี" ขึ้นรองจ่าฝูงแทน ในศึกบิ๊กแมตช์ "มาดริดดาร์บี้" ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา


สนาม : เอสตาดิโอ ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่

    ศึกดาร์บี้แมตช์กรุงมาดริด เจ้าถิ่นมี อัลบาโร่ โมราต้า จับคู่กับ อ็องตวน กรีซมันน์ ในแดนหน้า ด้านทีมเยือนวาง ลูก้า โมดริช, ลูก้า โมดริช และ คาริม เบนเซม่า เป็นตัวชูโรง

    เริ่มเกมมา 2 นาที ทีมตราหมีได้ลุ้นก่อน เมื่อ โตมาส์ เลอมาร์ จ่ายไปให้ กรีซมันน์ ได้ยิงด้วยซ้าย แต่บอลไม่ตรงกรอบ

 อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 16 เรอัล มาดริด มาขึ้นนำ 1-0 จากลูกเตะมุมทางขวา รามอส โหม่งแฉลบลอยโด่ง และเป็น กาเซมิโร่ กระโดดตีลังกายิงหน้าประตูตุงตาข่ายอย่างสุดสวย

    ทว่านาทีที่ 25 แอต. มาดริด ตามเอาคืน 1-1 จากจังหวะโต้กลับ อังเคล กอร์เรอา แทงให้ กรีซมันน์ หลุดเดี่ยวไปยิงลอดขา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าประตูไป

    แต่นาทีที่ 42 วินิซิอุส ของทีมเยือนโดน โฮเซ่ คิเมเนซ ทำฟาวล์ จุดเกิดเหตุก้ำกึ่งระหว่างในเขตโทษหรือนอกเขตโทษ และหลังจากผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ก็เป่าให้เป็นจุดโทษ ก่อนที่ เซร์คิโอ รามอส จะสังหารเข้าไปไม่พลาด หมดครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำ 2-1

    ครึ่งหลัง นาที 74 ทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 ลูก้า โมดริช จ่ายบอลให้ เบล หลุดเข้าไปยิงผ่าน ยาน โอบลัค เข้าไป

    ช่วงท้ายเกม นาที 80 เจ้าถิ่นต้องเหลือแค่ 10 คนหลัง โธมัส ปาร์ตีย์ โดนไล่ออก จบเกม เรอัล มาดริด บุกมาคว้าชัยเหนือเจ้าถิ่น 3-1 แซงขึ้นรองจ่าฝูงแทน

    รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    แอต. มาดริด : ยาน โอบลัค, ซาติอาโก้ อาริอัส, โฮเซ่ คิเมเนซ, ดีเอโก้ โกดิน, ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ, อังเคล กอร์เรอา (โรดรี้ เอร์นานเดซ น.71), โธมัส ปาร์ตีย์, ซาอูล ญิเกซ, โตมาส์ เลอมาร์ (บีโตโล่ น.59), อัลบาโร่ โมราต้า (นิโกล่า คาลินิช น.71), อ็องตวน กรีซมันน์

    เรอัล มาดริด : ติโบต์ กูร์กตัวส์, ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, เซร์คิโอ เรกีลอน, ลูก้า โมดริช, กาเซมิโร่, โทนี่ โครส (ดานี่ เซบายอส น.84), ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า (มาเรียโน่ ดิอาซ น.89), วินิซิอุส (แกเร็ธ เบล น.57)