ประเมินความเสียหาย แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนเกมแดงเดือด

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคมนี้ ที่ทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล นั้น มันไม่ได้มีความสำคัญกับ "ปีศาจแดง" แค่เรื่องศักดิ์ศรี แต่ยังจำเป็นต่อการกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องของพวกเขาด้วย หลังจากทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกสตาร์ตในลีกฤดูกาลนี้ด้วยการเก็บได้เพียง 9 คะแนน จากการลงเล่น 8 นัด

เดิมที แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีโอกาสชนะริบหรี่อยู่แล้ว จากการทีพวกเขามีฟอร์มที่ย่ำแย่ ตรงกันข้ามกับอริตัวฉกาจที่เก็บชัยชนะในลีกครบทั้ง 8 นัด และนำเป็นจ่าฝูงชนิดที่ทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 8 คะแนน แต่ทัพ "ปีศาจแดง" ก็ต้องกลุ้มหนักขึ้นไปอีก เพราะทั้ง ดาบิด เด เคอา กับ ปอล ป็อกบา 2 กำลังสำคัญจะหายไม่ทันลงเล่นในวันอาทิตย์นี้แน่นอน

นอกจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังต้องรอลุ้นอีกว่า แดเนี่ยล เจมส์ ปีกดาวรุ่งชาวเวลส์จะพร้อมช่วยทีมรึเปล่า หลังจากโดนกระแทกหัวในช่วงโปรแกรมเกมทีมชาติ โดยถึงแม้เจ้าตัวจะบอกว่าอาการไม่ได้หนักเหมือนที่หลายคนกลัวกัน แต่มันก็มีโอกาสที่เจ้าตัวจะมีอาการกระทบกระเทือนทางสมองติดตัวมาจนลงเล่นไม่ได้เหมือนกัน สิ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องทั้งหมดนี้มันส่งผลเสียต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด มากแค่ไหน ?

ดาบิด เด เคอา


แน่นอนว่าฟอร์มในฤดูกาลนี้ของ เด เคอา ยังไม่ถือว่าเหนียวหนึบเท่ากับช่วงหลายซีซั่นก่อนหน้านี้ที่เขาช่วยเซฟแบบน่าเหลือเชื่อให้ทีมได้หลายต่อหลายหน แต่ในภาพรวมแล้วก็ยังถือว่าดีกว่าซีซั่นก่อนที่เจ้าตัวเล่นผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัยหลายหน

ปัจจุบัน เด เคอา ถือเป็นผู้รักษาประตูที่เซฟมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ร่วมของ พรีเมียร์ลีก หลังจากในฤดูกาล 2019-20 เล่นไปแล้ว 8 นัด จากการที่เซฟไปแล้ว 22 ครั้ง เท่ากับ มาร์ติน ดูบราฟก้า นายด่าน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ เบน ฟอสเตอร์ มือกาว วัตฟอร์ด นอกจากนี้ เขาก็ยังมีส่วนอยู่บ้างในการช่วยให้ทีมเพิ่งเสียประตูในลีกเพียงแค่ 8 ลูกเท่านั้นในฤดูกาลนี้ นั่นทำให้การขาด เด เคอา ไป จะถือว่าส่งผลเสียอย่างมากกับ แมนฯ ยูไนเต็ด

ทางแก้ : ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดชนิดฟ้าถล่มดินทลาย เซร์คิโอ โรเมโร่ นายทวารชาวอาร์เจนไตน์ก็น่าจะได้เป็นตัวจริงแทนที่ เด เคอา แน่นอนว่าในด้านความคงเส้นคงวาและชื่อชั้นแล้วนั้น โรเมโร่ เทียบกับ เด เคอา ไม่ติด ถึงกระนั้น เวลาที่เขาได้ลงสนามเจ้าตัวก็มักจะโชว์การเซฟที่สวยๆ ได้หลายครั้งเหมือนกัน ทำให้เขาน่าจะทดแทน เด เคอา ได้ดีในระดับหนึ่ง ถ้าจะมีอะไรที่เป็นปัญหาในเกมวันอาทิตย์นี้ก็คงจะเป็นการสั่งการแนวรับ จากการที่ในฤดูกาลนี้เขายังไม่เคยได้ร่วมงานกับคู่เซนเตอร์แบ็กตัวจริงอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ในเกมการแข่งขันจริงๆ เลย
 ระดับความเสียหาย : 3/5

ปอล ป็อกบา


ในขณะที่เกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในสภาพที่ดูดีในระดับหนึ่ง เกมรุกของพวกเขากลับเป็นปัญหาอย่างหนัก จากการที่เพิ่งยิงในลีกได้เพียง 9 ลูกเท่านั้น ต่างกับ ลิเวอร์พูล ที่ซัดในลีกไปแล้วถึง 20 ลูกแบบฟ้ากับเหว

หนึ่งในปัจจัยที่หลายคนมองว่าเกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีคุณภาพที่ย่ำแย่ก็คือการขาด ป็อกบา โดยในฤดูกาลนี้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสเพิ่งได้เล่นในลีกไป 5 นัด แต่ถ้านับเฉพาะเกมลีก 4 นัดหลังสุดเขาก็ได้ลงเล่นไปเพียงเกมเดียวเท่านั้น โดยสาเหตุที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะเขามีอาการบาดเจ็บตรงข้อเท้า

แน่นอนว่าตำแหน่งของ ป็อกบา คือมิดฟิลด์ตัวกลางที่คอยคุมจังหวะของเกม ไม่ใช่กองกลางตัวรุกตามธรรมชาติ แต่เขาก็แทบจะเป็นศูนย์กลางในการขึ้นเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด และถึงแม้เหล่า "เร้ด อาร์มี่" จะหงุดหงิดกับฟอร์มในหลายนัดของเจ้าตัว แต่ที่น่าเจ็บใจสำหรับเหล่าแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คือพวกเขาปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าตอนนี้มันไม่มีใครที่ดีกว่า ป็อกบา อีกแล้ว

ทางแก้ : ในแง่การหาคนมาเล่นเกมรุกแทน ป็อกบา ถือว่าแทบจะหมดหวังสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์นี้ มิดฟิลด์ตัวกลางประเภทที่เล่นเกมรุกได้ของพวกเขาในตอนนี้มี ฆวน มาต้า, อันเดรียส เปเรยร่า และ อังเคล โกเมส ซึ่งถ้าดูตามแผนที่ผ่านๆ มาของ โซลชา แล้วล่ะก็ มาต้า น่าจะถูกดันไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก นั่นหมายความว่าเหลืออ็อปชั่นเพียงแค่ เปเรยร่า กับ โกเมส เท่านั้น โดยหากอยากลองเสี่ยงจริงๆ แล้วล่ะก็ โกเมส ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในเกมแบบนี้ เพราะเขาเป็นประเภทที่กล้าลากบอลไปเองมากกว่า เปเรยร่า

ถึงกระนั้น มันก็มีความเป็นไปได้ที่ โซลชา จะไม่สนใจการใช้เกมบุกจากตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง แล้วยัดกองกลางตัวรับลงไปอีก 1 คนให้ยืนคู่กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาเขาก็เคยใช้แท็กติกแบบนี้ในเกมชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 และเกมแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-2 มาแล้ว จากการที่ทั้ง 2 เกมนั้นเขาให้ แม็คโทมิเนย์ ปักหลักเป็นแดนกลางคู่กับ เนมานย่า มาติช แน่นอนว่าการเลือกใช้มิดฟิลด์ตัวรับสองคนอาจจะช่วยแบ่งเบาภาระกองหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการรับมือเกมรุกอันดุดันของ ลิเวอร์พูล ได้บ้าง แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหนมันก็ถือว่าการขาด ป็อกบา เป็นผลร้ายอย่างมากต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ดี
ระดับความเสียหาย : 4.5/5

แดเนี่ยล เจมส์


แทบทุกคนเห็นตรงกันว่า เจมส์ คือนักเตะแนวรุกที่มีผลงานโดยรวมดีที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงต้นฤดูกาลนี้ โดยที่จริงตอนแรกไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าดาวเตะวัย 21 ปี จะยึดตำแหน่งภายในทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการที่เขาครองตำแหน่งตัวจริงได้แบบนี้นั้นส่วนหนึ่งมันก็เป็นเพราะเขามีฟอร์มดี ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งก็คือตัวเลือกอื่นๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ย่ำแย่สุดๆ

ช่วงหลายนัดที่ผ่านมาความเร็วของ เจมส์ ถือว่าสร้างความอันตรายได้ดีในระดับหนึ่ง และเขายังกล้ายิงในจังหวะที่หลายคนคาดไม่ถึงด้วย ซึ่งถ้าเกิดเขาลงเล่นไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ มันก็จะทำให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูย่ำแย่ลงไปอีก

ทางแก้ : ยังดีที่ในสุดสัปดาห์นี้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าชาวฝรั่งเศสน่าจะกลับมาช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ได้สักที หลังจากที่เขาเพิ่งได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 3 นัด จากการที่มีอาการบาดเจ็บตรงเอ็นหลังหัวเข่า ซึ่งการกลับมาของ มาร์กซิยาล น่าจะทำให้ โซลชา สามารถเลือกได้ว่าจะให้ดาวเตะเลือดน้ำหอมหรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ไปยืนเป็นตัวริมเส้นแทน เจมส์ และที่จริงจะให้ทั้งคู่ไปเล่นเป็นตัวริมเส้น แล้วจับ เมสัน กรีนวู้ด ลงเป็นกองหน้าตัวเป้าไปเลยก็ได้ หลังจาก สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีบอกว่า กรีนวู้ด น่าจะฟิตทันลงเล่นเกมนี้
ระดับความเสียหาย : 3.5/5